ดูแลสิทธิคนหนึ่งคน ใช้คนทั้งหมู่บ้าน

เราอาจเคยได้ยินสุภาษิตแอฟริกาที่เป็นที่นิยมอย่าง “เลี้ยงเด็กหนึ่งคน ใช้คนทั้งหมู่บ้าน” หมายถึง การเลี้ยงเด็กคนหนึ่ง จะต้องใช้สภาพแวดล้อมและผู้คนในสภาพแวดล้อมเหล่านั้นช่วยสนับสนุนการเติบโตของเด็กด้วย สำนวนนี้ไม่เพียงใช้ได้ในกรณีการเลี้ยงเด็กเท่านั้น

การที่คนหนึ่งคนจะได้รับสิทธิมนุษยชนที่พึงมีก็ไม่ต่างกัน

มนุษย์หนึ่งคนจะเข้าถึงสิทธิด้านต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิต การศึกษา การนับถือศาสนา เข้าถึงระบบสาธารณสุข ฯลฯ ได้ก็ต่อเมื่อมีปัจจัยสำคัญที่เอื้ออำนวยอยู่ภายใต้ครอบครัว คนใกล้ชิด สภาพสังคม ชุมชนแวดล้อม รวมทั้งนโยบายของภาครัฐ ล้วนส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของทุก ๆ คน

เช่น ผู้อยู่ร่วมกับเอชไอวีซึ่งได้รับแรงต้านทานจากคนในสังคมเสมอมา มักถูกละเมิดสิทธิและถูกเลือกปฏิบัติได้ง่าย แม้จะมียาต้านเชื้อ และมีสิทธิด้านสุขภาพ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถเข้าถึงได้ และการเลือกปฏิบัติยังมีให้เห็นอยู่ทั่วไป เช่น ถูกปฏิเสธงาน , ถูกบังคับตรวจเลือด , พบบริการสุขภาพที่มีช่องโหว่ , คนจำนวนหนึ่งยังคงเข้าใจว่า เอชไอวี = เอดส์ และเป็นโรคติดต่อที่หยุดยั้งการแพร่เชื้อได้ยาก

จะเห็นว่า ปัญหาที่ผู้อยู่ร่วมกับเอไอวีเผชิญไม่ใช่แค่มิติด้านสุขภาพเท่านั้น ตราบใดที่คนในชุมชนยังเข้าใจผิดหรือเลือกปฏิบัติย่อมเป็นไปได้ยากที่ปัญหาจะคลี่คลาย ทุกคนในชุมชนจำเป็นต้องทำความเข้าใจปัญหามากกว่าหนึ่งมิติเพื่อไปสู่ทางออก ให้ผู้อยู่ร่วมกับเอชไอวีเข้าถึงสิทธิการรักษา และสามารถใช้ชีวิตด้านอื่น ๆ ได้อย่างเท่าเทียมกับคนทั่วไป

แนวทางการจัดบริการด้านกฎหมายและสิทธิมนุษยชนในชุมชน หรือ Com-Led Human Rights Services คือแนวทางเพื่อพัฒนาโมเดลบริการด้านกฎหมายและสิทธิมนุษยชน ขยายการจัดบริการในชุมชน เพื่อยุติปัญหาวัณโรคและเอดส์ในไทย

โมเดลนี้แสดงให้เห็นว่า ชุมชนสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการยุติปัญหา สามารถเป็นผู้ให้บริการ และการสนับสนุนผู้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนจะต้องมองผ่านหลากหลายมิติทางสังคม เช่นที่ “บ้านเสมอ” โดยมูลนิธิเพื่อสิทธิความหลากหลาย (Fair) กำลังทำ

แนวทางของบ้านเสมอ คือ ให้บริการคำปรึกษาและดำเนินการช่วยเหลือสำหรับผู้อยู่ร่วมกับเอชไอวีและผู้ใช้สารเสพติดที่ถูกเลือกปฏิบัติ ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ให้คำปรึกษาด้านสิทธิทางกฎหมาย ให้บริการด้านสุขภาพกายและสุขภาพใจหลายรูปแบบอย่างครอบคลุม ทั้งผู้ถูกละเมิดและครอบครัวด้วย

นอกจากความเชื่อมโยงกันภายใต้โครงสร้างสังคมแล้ว แนวคิดเช่นนี้ยังสะท้อนกลับมาในระดับปัจเจกด้วยว่า ไม่ว่าเราจะเป็นผู้ถูกกระทำหรือได้รับผลกระทบหรือไม่ หรือเราจะเป็นใครก็ตามในชุมชนหนึ่ง ๆ เราล้วนสำคัญต่อความเป็นอยู่ของผู้คนอื่น ๆ ที่อาศัยในสังคมเดียวกัน

การดูแลสิทธิคนหนึ่งคน อาจต้องใช้คนทั้งหมู่บ้าน ชุมชน ประเทศ กระทั่งทั้งสังคมโลกเลยทีเดียว