มูลนิธิเพื่อสิทธิความหลากหลาย
FOUNDATION for ACTION on INCLUSION RIGHTS
น้ำหวาน หญิงวัย 24 ปี ทำงานอยู่ร้านขนมเล็ก ๆ ในชุมชน เธอมีเอชไอวีตั้งแต่อายุ 18 ปี ... ตั้งแต่วันนั้น เธอได้ยินคำพูดซ้ำ ๆ จากคนรอบข้างว่า
“คนติดเชื้อไม่ควรมีลูก”
“สงสารเด็กถ้าเขาติดโรค”
หลายปีที่ผ่านมา น้ำหวานเชื่อมาตลอด ว่าความฝันการเป็นแม่ต้องจบลง จนกระทั่งเธอได้ฟังจากหมอ เรื่องการรักษาในปัจจุบัน สามารถทำให้คนที่มีเอชไอวีมีลูกได้อย่างปลอดภัย หากกินยาต้านไวรัสสม่ำเสมอจนตรวจไม่พบเชื้อ (Undetectable) ซึ่งหมายความว่า ไม่ส่งต่อเชื้อให้คู่ และโอกาสส่งต่อเชื้อจากแม่สู่ลูกเกือบเป็นศูนย์
สิ่งที่ได้ฟังจากหมอ จุดประกายความหวังให้เธออีกครั้ง เธอเริ่มดูแลตัวเองอย่างจริงจัง ไม่เคยลืมกินยาแม้แต่วันเดียว แต่แน่นอนว่าเธอไม่สามารถสงบปากใครหรือไปสงบใจชาวบ้านไม่ให้คิดอย่างอื่นได้ การมีลูก จึงกลายเป็นความสุขที่มาพร้อมรอยแผลในใจ
ตั้งแต่วันแรกที่น้ำหวานรู้ว่าตัวเองท้อง เธอไปฝากครรภ์ตั้งแต่เนิ่น ๆ ความตื่นเต้นปนความกลัวแล่นเข้ามาพร้อมกัน เมื่อถึงโรงพยาบาลเพื่อฝากท้อง เธอก็พบว่าเจ้าหน้าที่บางคนสบตาเธอด้วยสีหน้าลังเล บางคนกระซิบกับเพื่อนว่า “ยังมีลูกอีกเหรอ”
ตลอด 9 เดือน น้ำหวานยังต้องเผชิญเสียงซุบซิบจากคนรู้จัก
บางคนถามด้วยความสงสัยปนตัดสินว่า
“ไม่กลัวลูกติดเหรอ”
เธอพยายามอธิบายซ้ำ ๆ ว่า หากคนมีเอชไอวีกินยาต่อเนื่องและฝากครรภ์ตามคำแนะนำของหมอ ลูกสามารถเกิดมาโดยไม่ติดเชื้อเอชไอวี 100% แต่ก็รู้ดีว่าต้องใช้เวลาที่จะให้ใครเข้าใจ
วันที่โลกทั้งใบอยู่ในอ้อมแขน....
แม้จะต้องผ่านทั้งคำพูดบั่นทอนและสายตาที่ไม่ยอมรับ
แต่น้ำหวานก็ไม่หยุดดูแลสุขภาพตนเองเพื่อคนตัวเล็กในท้อง จนเมื่อวันที่เธอได้อุ้มลูกชายตัวน้อยครั้งแรก พร้อมผลตรวจยืนยันว่า ลูกไม่ติดเชื้อเอชไอวี รอยยิ้มและมือเล็ก ๆ ที่จับนิ้วเธอไว้แน่น คือคำตอบว่า ความเป็นแม่ไม่ได้ถูกนิยามด้วยสถานะสุขภาพ แต่ด้วยความรักและความรับผิดชอบ

___________________________
ข้อเท็จจริงที่ควรรู้
___________________________
ข้อมูลอ้างอิง :
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข – การป้องกันการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูก
UNAIDS – U=U: Undetectable = Untransmittable
WHO – HIV and Pregnancy