มูลนิธิเพื่อสิทธิความหลากหลาย
FOUNDATION for ACTION on INCLUSION RIGHTS
สถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงในหลายพื้นที่ทั้งอยุธยา และหลายจังหวัดภาคใต้ นำมาสู่การรายงานความสูญเสียทั้งชีวิต ทรัพย์สิน ภาพข่าว “เคสดำ” จำนวนมากถูกเสนอควบคู่กับความผิดหวังในหน่วยงานภาครัฐ ฝ่ายบริหาร ข้าราชการผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
จากการประชุมบูรณาการการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ได้มีการกำหนดกรอบและแนวทางช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่ที่ประกาศสถานการณ์ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เอาไว้หลายระดับตั้งแต่ เงินชดเชยแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต รายละ 2,000,000 บาท เงินกู้เพื่อการซ่อมแซมที่พักอาศัย - การยังชีพและประกอบอาชีพ 100,000 บาท ซึ่งมาตรการเหล่านี้ มุ่งฟื้นฟูการบาดเจ็บทางกายภาพ (Physical Trauma) แต่สิ่งที่จำเป็นเร่งด่วนไม่แพ้กันคือ การจัดสรรบริการดูแลด้านสุขภาพจิตอย่างเป็นรูปธรรม และควรมีอย่างทั่วถึงรองรับการเกิดทุกสถานการณ์ หาใช่เพียงดำเนินการให้หลัง “เกิดภัย” เท่านั้น
เพราะบาดแผลทางจิตใจ (Psychological/Emotional Trauma) อาจคงอยู่เป็นเวลานานและส่งผลต่อสภาวะอารมณ์ เป็นเครื่องกำหนดพฤติกรรม หรือเข็มทิศชี้วิธีดำเนินชีวิตของบุคคลได้
มากไปกว่านั้น บาดแผลทางจิตใจ ไม่เพียงเกิดขึ้นได้กับ “ผู้ประสบภัย” แต่สามารถเกิดจากการ “รับรู้ - อยู่ร่วม” หรือแม้กระทั่งการเป็นส่วนหนึ่งซึ่งอาจเล็กสุดของเหตุการณ์ ซึ่งบาดแผลทางจิตใจ จะเกิดผลกระทบหลายระดับ ทั้งในระยะสั้น คือ โรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ (Post-Traumatic Stress Disorder - PTSD) และระยะยาวคือการมีภาวะวิตกกังวล จนนำไปสู่การสร้างภาพเชิงลบให้กับสภาพแวดล้อม เพื่อป้องกันตัวเอง อาจเลยเถิดจนเกิดเป็นภาวะซึมเศร้า และมีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการทางจิตเวช

ผู้มีประสบการณ์ถูกบุคคลในครอบครัวกระทำชำเรา และได้รับการช่วยเหลือ จนปัจจุบันสามารถโยกย้ายตัวเองออกไปอยู่อีกภูมิภาคของประเทศ เปิดเผยว่า “ไม่อยากแม้กระทั่งจดจำชื่อจังหวัด อยากให้แผนที่ไม่มีจังหวัดนี้อยู่ แม้กระทั่งเมื่อได้ยินชื่อจังหวัดนี้ทีไร ภาพเหตุการณ์และความแค้นใจมันวนกลับมา”
ขณะที่ผู้รอดชีวิตหนึ่งราย จากเหตุไม่คาดฝันวันมีพายุฝนกระหน่ำจนโดมหลังคาขนาดใหญ่ของโรงเรียนพังถล่มทับ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 7 รายในทันที เมื่อปี พ.ศ. 2566 เคยให้สัมภาษณ์ว่า “ถ้าเลือกได้ อยากเป็นคนที่ตายไปวันนั้นแทนผัวมากกว่า” เพราะการใช้ชีวิตปัจจุบัน ไม่ใช่เพียงหวาดกลัวทุกครั้งเมื่อลมกรรโชก แต่มันคือ ภาพจำ ของการสูญเสียเสาหลักของครอบครัว พร้อมกับสภาพหนี้ภาระหลักที่กู้ยืมมาซ่อมแซมที่พัก ควบคู่กับการต้องดูแลหลานสาวเพียงลำพัง
จึงเห็นได้ว่า หลากหลายสถานการณ์นั้นล้วนมีความเสี่ยง ที่จำทำให้เกิดบาดแผลทางจิตใจในระดับบุคคล จนถึงแม้ว่าเหตุการณ์ผ่านแล้ว แต่ประสบการณ์ ความรู้สึกและภาพจำยังคงอยู่ แล้วอย่างยิ่ง “ภัยพิบัติ” ซึ่งมีผู้คนจำนวนมากได้รับผลกระทบ ได้รับรู้อยู่ร่วม การจัดสรรมาตรการช่วยเหลือดูแล ด้านสุขภาพจิตจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องคำนึกถึงไม่แพ้การฟื้นฟูดูแลเยียวยาทางกายภาพและเศรษฐกิจ
แต่ความท้าทายปัจจุบัน คือ ข้อบ่งชี้ความ “ขาดแคลน” ทั้งบุคลากรและนโยบายของรัฐที่จะรองรับประชาชนผู้มีบาดแผลทางจิตใจ จากข้อมูลผู้เข้ารับบริการในระบบสาธารณสุขปี พ.ศ. 2566 มีผู้ป่วยจิตเวช 2.9 ล้านคน โดยมีผู้ป่วยซึมเศร้าเข้ารับบริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง (พบตัวเลข 4 แสนคน ในปีเดียวกันนี้) ขณะที่ประเทศไทยมีจิตแพทย์พร้อมให้บริการ โดยเฉลี่ยเพียง 1.3 คนต่อประชากร 100,000 คน และผู้ให้บริการด้านสุขภาพจิตเหล่านี้ “กระจุกตัว” อยู่ที่จังหวัดส่วนกลาง หรือหัวเมือง มากกว่าภูมิภาคมาก
ด้านสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งมีผู้ใช้สิทธิมากสุดกว่า 47 ล้านคน ครอบคลุมมุ่งเน้นเพียงการตรวจวินิจฉัยและรักษาพยาบาลสำหรับ “อาการโรคทางจิตเวชตามที่กำหนด” เท่านั้น หนำซ้ำสถานบริการด้านสุขภาพจิต ในสังกัดกรมสุขภาพจิตที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง มีเพียง 100 กว่าแห่ง ซึ่งรวมถึงโรงพยาบาลในสังกัดกรมสุขภาพจิต 20 แห่ง โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป 80 แห่ง ศูนย์สุขภาพจิต 13 ศูนย์ โดยจะมีแผนกจิตเวช/คลินิกสุขภาพจิต ตั้งอยู่ในโรงพยาบาลทั่วไปและโรงพยาบาลศูนย์แต่ละจังหวัด

จากการประชุมสมัชชาเครือข่ายประชาชนขจัดการเลือกปฏิบัติ ครั้งที่ 1 ปลายปี 2567 ที่ผ่านมา ได้มีการจัดทำข้อเสนอในการจัดบริการสุขภาพแบบไม่เลือกปฏิบัติ เฉพาะด้านสุขภาพจิตเอาไว้ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
นี่จึงเป็นเพียงข้อเสนอบางประการ ให้ได้มีการตระเตรียมความพร้อมในการรับมือภัยพิบัติที่กำลัง - อาจจะเกิดขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นวิกฤตซ้ำซ้อนในภัยพิบัติ ซึ่งรัฐจำเป็นต้องให้ความสนใจย่างเร่งด่วนด้วย
สำหรับ "บ้านเสมอ" โดยการดำเนินงานของมูลนิธิเพื่อสิทธิความหลากหลาย (FAIR) ยังคงเป็นหนึ่งในภาคประชาสังคม ที่เปิดให้บริการคำปรึกษา และการช่วยเหลือด้านสุขภาพจิต ทั้งคัดกรองและให้บริการ พร้อมสนับสนุนกิจกรรม Well-Being และ Group Support สำหรับกลุ่มผู้ถูกละเมิดสิทธิ - ถูกเลือกปฏิบัติ จากการเป็นผู้มีเอชไอวี ผู้ใช้สารเสพติด และครอบครัว
หากวันไหนไม่รู้ตัว ลองมาคุยกับพวกเราก่อนได้ที่ โทร 083-543-3608 Line @baansamer (https://lin.ee/SmTSpST)