มูลนิธิเพื่อสิทธิความหลากหลาย
FOUNDATION for ACTION on INCLUSION RIGHTS
ทั้งที่เป็นแรงงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ลูกจ้างกลับถูกละเลยและเป็นฝ่ายผิดอยู่เสมอ?
จากกรณีสหภาพแรงงานเอกชนบริษัทหนึ่ง ได้มีการเจรจาเรื่องการจ่ายโบนัสประจำปีอยู่หลายครั้งคราว จนบานปลายกลายเป็นการงัดไม้ตายของนายจ้างมา “ประกาศปิดงานงดจ้าง” กำลังกระทบกับสภาพเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งความไม่มั่นคงในตำแหน่งและรายได้ของลูกจ้าง ความน่าเชื่อถือของผู้ประกอบการ และความเคลือบแคลงสงสัยในการนิ่งเฉยของหน่วยงานภาครัฐและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งกลายเป็นเพียงแค่ “พยาน” ของการเจรจาจากกรณีนี้
แม้เรื่องดังกล่าวจะถูกมองได้หลายแง่มุม แต่ “ข้อตกลงตามสภาพการจ้างงาน” ซึ่งมีหลักฐานชัดเจน* (ในที่นี้รายละเอียดถูกระบุชัดในคู่มือพนักงาน – ภาพประกอบในคอมเมนต์) ก่อนลงนามจ้างควรเป็น “หลักประกันความมั่นคง” ที่ต้องไม่ถูกตีความใหม่ ถูกลดทอน ทำให้คลุมเครือ หรือถูกเปลี่ยนฝ่ายเดียวโดยนายจ้าง เนื่องจากผลกระทบจะตกอยู่กับลูกจ้างเต็ม ๆดังนั้น การที่ลูกจ้างยืนหยัดทวงสิทธิตามสัญญา จนถูกมองว่า “โลภ” หรือ “ก่อปัญหา” ทั้งที่พวกเขาเพียงรักษาสิ่งที่เคยตกลงไว้ร่วมกัน อาจดูโหดร้ายเกินไปมากจากข้อเท็จจริง
ในสังคมไทยนั้น ภาพจำของการเรียกร้องสิทธิแรงงานมักถูกทำให้เลยเถิดเกินกว่าการเป็น “เรื่องพื้นฐาน” คล้ายการเรียกร้องมากกว่าจะได้รับ ทำให้คนงานกลายเป็น “จำเลยสังคม” แทนที่จะได้รับความเข้าใจ ทั้งที่ในความเป็นจริง สิทธิแรงงานนั้นไม่ใช่ของขวัญจากนายจ้าง แต่เป็นเงื่อนไขข้อตกลงร่วมกันเพื่อให้คนงานมีชีวิตที่มั่นคง มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งจะสะท้อนผ่านผลการทำงาน ผลประกอบกิจการ กำไรในธุรกิจของนายจ้าง
สำหรับทางออกที่เป็นรูปธรรม ของเรื่องนี้ คงต้องเริ่มต้นกลับมาที่
ท้ายที่สุด คือ การทำให้กฎหมายแรงงานนั้นคุ้มครองไปถึงสภาพการหางาน โดยปราศจากการเลือกปฏิบัติด้วย เพราะเมื่อสิทธิเป็นระบบ โปร่งใส และตรวจสอบได้ ความขัดแย้งจะลดลง และลูกจ้างหรือคนหางานจะไม่ถูกผลักให้กลายเป็นจำเลยของสังคมทุกครั้งที่พยายามทวงถามสิ่งที่เคยตกลงกันไว้
ทั้งนี้ ตลอดเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา มูลนิธิเพื่อสิทธิความหลากหลาย (FAIR) ได้ดำเนินงานเกี่ยวเนื่องจากการเป็น “นายจ้าง - ลูกจ้าง” เหมือนอย่างเช่นเคย โดยเฉพาะในกลุ่มแรงงานข้ามชาติ ที่เปราะบางต่อการถูกเลิกจ้าง ถูกตัดลดปรับรายละเอียดค่าแรงโดยไม่ยินยอม รวมถึงการถูกเพิกเฉยจากสิทธิอันพึงมีทั้งการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพ (ถูกหักเงินนำส่งประกันสังคม – แต่เมื่อเจ็บป่วยกลับไม่สามารถใช้สิทธิได้) ไม่นับรวมถึงการจ้างงานที่มีเงื่อนไขกีดกันกลุ่มคนเพียงบางกลุ่ม การบังคับดำเนินการตามนโยบายตรวจสุขภาพเฉพาะโรค ที่นายจ้างร่วมมือกับสถานบริการด้านสาธารณสุข โดยให้ลูกจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายฝ่ายเดียว
และนี่คือสรุปผลบริการของ “บ้านเสมอ” ซึ่งให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายและให้คำปรึกษา ตลอดเดือนพฤศจิกายน 68 รวมทั้งสิ้น 19 กรณี มีผู้ได้รับผลกระทบ 39 ราย ตามรายละเอียด ดังนี้

เมื่อไหร่ก็ตามที่ถูกละเมิดสิทธิ - เลือกปฏิบัติ จากการเป็นแรงงานข้ามชาติ ผู้ใช้สารเสพติด ผู้มีเอชไอวี ให้บ้านเสมอ เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ปลอดภัย ซึ่งคุณและคนในครอบครัวจะนึกถึง “บ้านเสมอ” โทร 083-543-3608 Line @baansamer (https://lin.ee/SmTSpST)