มูลนิธิเพื่อสิทธิความหลากหลาย
FOUNDATION for ACTION on INCLUSION RIGHTS
สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแถลงข่าว
2 ก.พ.2566 นายพิทักษ์พล บุณยมาลิก เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) เปิดเผยว่า ตามที่ได้รับเรื่องร้องเรียนจากมูลนิธิคุ้มครองสิทธิด้านเอดส์ เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีกองทัพอากาศประกาศรับสมัครและสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการทหารประจำปี 2564 โดยกำหนดเงื่อนไขให้ผู้สมัครยินยอมให้คณะกรรมการตรวจร่างกายทางการแพทย์ กรมแพทย์ทหารอากาศ ตรวจร่างกาย รวมถึงการตรวจหาเชื้อเอชไอวีด้วย นอกจากนี้ ยังมีกฎระบุให้ภาวะกะเทย เป็นโรคซึ่งไม่สามารถเข้ารับราชการเป็นผู้ปฏิบัติงานภาคพื้นของกองทัพฯ ได้ ซึ่งเข้าข่ายเป็นการกีดกันโอกาสทำงานของประชาชน
จากการพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามหลักกฎหมาย และหลักสิทธิมนุษยชนแล้วเห็นว่า การที่กองทัพอากาศได้กำหนดเงื่อนไขในประกาศรับสมัครสอบประจำปี 2564 จำนวน 3 ฉบับ ให้มีการตรวจร่างกายซึ่งรวมถึงตรวจหาเชื้อเอชไอวี โดยให้เหตุผลว่า การเป็นทหารอาชีพ ต้องฝึกทั้งด้านวิชาการ และภาคสนาม หากผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวีได้รับบาดเจ็บอาจทำให้ผู้อื่นมีความเสี่ยงติดเชื้อไปด้วย ประกอบกับเห็นว่าผู้ติดเชื้อเอชไอวีอาจมีข้อจำกัดด้านสมรรถภาพทางร่างกายที่ไม่เหมาะกับการปฏิบัติงาน นั้น
กสม. เห็นว่า การติดเชื้อเอชไอวีไม่จำเป็นต้องมีอาการของโรคเอดส์ และปัจจุบันสามารถรักษาด้วยยาต้านไวรัส ซึ่ง หากผู้ติดเชื้อได้รับการรักษาและได้รับยาตามปกติก็มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงและมีอายุขัยยืนยาวเช่นเดียวกับคนทั่วไป อีกทั้งการติดเชื้อเอชไอวีจากบุคคลอื่นมีได้สามทางหลัก ได้แก่ การมีเพศสัมพันธ์โดยปราศจากการป้องกันซึ่งเป็นสาเหตุที่สำคัญที่สุด การติดต่อทางเลือดซึ่งมีส่วนน้อยจะติดเชื้อจากการที่มีส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายที่เป็นบาดแผลแล้วไปสัมผัสเลือดของผู้ติดเชื้อโดยตรง และการติดต่อจากมารดาสู่ทารกเท่านั้น
นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาตำแหน่งที่กองทัพอากาศรับสมัครตามประกาศ เช่น ช่างซ่อมบำรุง เจ้าหน้าที่สารวัตร นายทหารแผนและพัฒนางานวิจัย นายทหารการศึกษา นายทหารโสตทัศนูปกรณ์ ฯลฯ เห็นว่า มิได้มีหน้าที่หลักในการรบหรือปฏิบัติการทางยุทธวิธีที่จะทำให้มีความจำเป็นต้องรับสมัครบุคคลที่มีสมรรถภาพทางร่างกายสมบูรณ์ที่สุด

อีกทั้งพบว่า ปัจจุบันมีข้าราชการทหารที่ติดเชื้อเอชไอวีภายหลังเข้ารับราชการแล้วยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ ย่อมแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าบุคลากรดังกล่าวมีสมรรถภาพในการปฏิบัติงานเช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป ด้วยเหตุนี้ การที่กองทัพอากาศกำหนดเงื่อนไขดังกล่าว จึงถือเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมด้วยเหตุแห่งสุขภาพ อันไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 27 และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม จึงเป็นการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน
จากกรณีการเลือกปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อเอชไอวี ขอให้กองทัพอากาศและกระทรวงกลาโหม แจ้งหน่วยงานภายใต้สังกัดยกเลิกเงื่อนไขการตรวจหาเชื้อเอชไอวี ในการรับสมัครบุคคลเข้ารับราชการตามตำแหน่งที่ปรากฏ รวมทั้งให้กระทรวงกลาโหมแจ้งประชาสัมพันธ์ให้บุคลากรในสังกัดมีความรู้ความเข้าใจเรื่องเชื้อเอชไอวีมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการอยู่ร่วมกับผู้ติดเชื้อเอชไอวี รวมทั้งกรณีการเข้ารับการรักษาและรับยาต้านเชื้อเอชไอวีอย่างสม่ำเสมอ