มูลนิธิเพื่อสิทธิความหลากหลาย
FOUNDATION for ACTION on INCLUSION RIGHTS
ยาเสพติดเป็นหนึ่งในประเด็นที่ก่อให้เกิดความเกลียดชังและการตีตรามากที่สุดในสังคม จนทำให้ผู้เสพยาจำนวนมากท้อใจ ไม่กล้า ไม่อยากแสวงหาหนทางรักษาตัวเอง แนวคิดนี้ได้รับการยืนยันจากงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ในวารสาร Psychological Science in the Public Interest วารสารด้านจิตวิทยาซึ่งได้รับการยอมรับกว้างขวางในอเมริกา งานวิจัยนี้ศึกษาเกี่ยวกับ ‘การตีตราบุคคลที่ใช้สารเสพติด’ โดยนักวิจัยได้ศึกษาและจำแนกการตีตราออกเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่
งานวิจัยนี้สะท้อนให้เห็นเรื่องน่าหดหู่หลายฉากจากการตีตรา เช่น การศึกษา ‘การตีตราเชิงสาธารณะ’ พบว่า ชาวอเมริกันมักกังวลหากต้องมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้สารเสพติด แม้ความกังวลนั้นจะลดลงบ้างเมื่อรับรู้ว่าผู้ใช้สารเสพติดคนนั้นอยู่ในช่วงบำบัด แต่ก็ไม่อาจลบล้างอคติทั้งหมดได้
ทำให้ผู้ใช้สารเสพติดถูกเลือกปฏิบัติ ลดโอกาสการจ้างงาน รายได้จึงลดลงตาม และการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นก็เป็นไปได้ยาก โดยมี ‘การตีตราเชิงโครงสร้าง’ ซึ่งกระทำผ่านแนวทางปฏิบัติ หรือนโยบายในพื้นที่นั้น ๆ ร่วมกดทับผู้ใช้สารเสพติดอีกชั้นหนึ่ง
นอกจากนี้ ผู้เสพยามักถูกตีตรามากกว่าผู้มีพฤติกรรมเสพติด หรือผู้ป่วยทางจิตประเภทอื่น ต่อให้อาการป่วยทางจิตบางอย่างจะส่งผลลบมากพอ ๆ กับการใช้สารเสพติดก็ตาม ในบางครั้งการตีตราได้นำไปสู่ความเข้าใจที่คลุมเครือ เช่น บุคคลที่ใช้ยาผิดกฎหมายอย่างเฮโรอีน จะถูกมองว่าเป็นอันตรายมากกว่าผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือใช้ยาฝิ่นตามใบสั่งแพทย์ เป็นต้น

และเมื่อสภาพแวดล้อมตีตรา จึงนำมาสู่ ‘การตีตราตนเอง’ ทำให้ผู้เสพยาหมดกำลังใจ ไม่พร้อมยืนหยัดเพื่อรักษา การตีตราอาจกดดันให้ผู้เสพยาคิดว่าการรักษายากเกินกว่าจะทำสำเร็จ ดังนั้น ส่วนหนึ่งของงานวิจัยนี้จึงเสนอว่า ในการรักษาผู้เสพยาเสพติด นอกจากจะเน้นการฟื้นตัวของแต่ละบุคคล ยังควรคำนึงถึงอุปสรรคจากการตีตรา และอุปสรรคเชิงโครงสร้างทางสังคมที่กระทบต่อการรักษาด้วย
การพึ่งพาสารเสพติดได้กลายเป็นภัยคุกคามสุขภาวะของผู้คนทั่วโลก และการพึ่งพาสารเสพติดหลายประเภท / หลายประเทศ ได้กลายเป็นเรื่องผิดกฎหมายและเรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลอยากแก้ไขปัญหา (ไม่เว้นแม้แต่รัฐบาลไทยแทบทุกสมัย) งานวิจัยนี้จึงสำคัญต่อการทำความเข้าใจว่า ไม่ใช่เพียงแค่ตัวผู้เสพยา นักวิจัย หรือบุคลากรทางการแพทย์ ที่มีบทบาทสำคัญต่อการก้าวข้ามปัญหายาเสพติด แต่คือเราทุกคนที่อาศัยอยู่ร่วมสังคมเดียวกัน ล้วนส่งผลกระทบต่อปัญหานี้ในทางใดทางหนึ่ง
จึงเป็นเรื่องแหกตำราพิชัยสงครามอย่างมาก หากจะเริ่มสงครามยาเสพติดโดยที่ ไม่เคยรู้เขา รู้แต่เรา จะเอาแต่รบ คงไม่ต้องคิดถึงฉากทัศน์ประกาศชัยชนะ
__________________________________
งานวิจัยที่มา :
Krendl, A. C., & Perry, B. L. (2023). Stigma Toward Substance Dependence: Causes, Consequences, and Potential Interventions. Psychological Science in the Public Interest.