มูลนิธิเพื่อสิทธิความหลากหลาย
FOUNDATION for ACTION on INCLUSION RIGHTS
คนหนึ่งคนอาจไม่ได้ถูกกดทับด้วยมิติเดียว
ทุกคนต่างรู้จักและพอเข้าใจว่ามีคนมากมายที่ถูกกดทับผ่านเรื่องต่าง ๆ เช่น ข้อมูลปี 2565 ระบุว่าคนพิการเกือบครึ่งหนึ่งในไทยไม่ได้รับการออกบัตรประจำตัวคนพิการ พวกเขาจึงไม่ได้รับสวัสดิการอย่างที่ควร , ผู้มีความหลากหลายทางเพศที่หน้าตาไม่ตรง Beauty Standard มักถูกลดทอนคุณค่าและกลายเป็นตัวตลก , เด็กออทิสติกที่มีฐานะทางบ้านยากจน มีโอกาสถูกบูลลี่สูง ฯลฯ หากลองสังเกตดี ๆ จะพบว่า คนหนึ่งคนอาจไม่ได้ถูกกดทับด้วยมิติเดียว
เพราะเป็นคนพิการ + เข้าไม่ถึงสวัสดิการ
เพราะเป็น LGBTQ+ + หน้าตาไม่ตรง Beauty Standard
เพราะเป็นออทิสติก + ฐานะยากจน
ในความจริงยังมีคนที่มีมากกว่า 2 อัตลักษณ์ทับซ้อนกัน ยิ่งทำให้ต้องเผชิญหน้ากับอคติของสังคมที่มากขึ้นอีกเป็นเท่าตัว คำว่า ‘Intersectionality’ หรือ ‘อัตลักษณ์และอำนาจทับซ้อน’ จึงถูกนิยามขึ้นมาในการเคลื่อนไหวของกลุ่มเฟมินิสต์ ในช่วงทศวรรษ 1960s ตอนนั้นการต่อสู้ของเฟมินิสต์ขยายประเด็นกว้างขึ้น ซับซ้อนกันมากขึ้น จากการปลดปล่อยผู้หญิงอย่างเดียว ขยายไปสู่มิติทางสังคมและวัฒนธรรม เช่น พูดถึงโอกาสการเข้าถึงอาชีพ , ต่อต้านค่าตอบแทนที่ไม่ทัดเทียมเพศชาย , ต่อต้านโฆษณาชวนเชื่อที่กล่าวอ้างเรื่องผู้หญิงแบบผิด ๆ

ปรากฎการณ์นี้ได้เปิดเผยให้ผู้คนเห็นว่า มีการใช้อำนาจที่ทับซ้อนกันหลายมิติเพื่อจะกดทับคนกลุ่มหนึ่ง ในภายหลัง แนวคิดนี้ถูกเผยแพร่ออกไปในขบวนการขับเคลื่อนสังคมกลุ่มอื่น ไม่ว่าจะเป็นคนพิการ ผู้ติดเชื้อเอชไอวี กลุ่มชาติพันธุ์ LGBTQ+ อัตลักษณ์และอำนาจทับซ้อน ไม่ได้เกิดลอย ๆ มันถูกกำหนดด้วยสิทธิ โอกาส เศรษฐกิจ และสถานะทางสังคมของคน ๆ นั้น ซึ่งเชื่อมโยงพัวพันกับความเป็นไปทางการเมืองและวิธีดูแลพลเมืองของแต่ละประเทศ ยิ่งมีสิทธิน้อยเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีแนวโน้มถูกกดทับ ไม่ได้รับความเท่าเทียม และถูกทำให้กลายเป็นคนชายขอบในที่สุด
หนำซ้ำในหลายสงครามหรือเหตุการณ์เลวร้ายบนโลกก็มีการหยิบเอาอัตลักษณ์ทับซ้อนเช่นนี้มาเป็นข้ออ้าง เช่น กลุ่มตาลีบันที่ลิดรอนสิทธิผู้หญิงชาวอัฟกานิสถานภายใต้กฎหมายอิสลามอันสุดโต่ง กรณีนี้มีการทับซ้อนกันระหว่างเรื่องเพศและศาสนา และคนกลุ่มนี้ก็ได้รับผลกระทบจากทั้ง 2 อัตลักษณ์
ในความเป็นจริง เราอาจไม่เข้าใจอัตลักษณ์บางอย่าง เพราะเราอาจไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ภายใต้อัตลักษณ์นั้น แต่เราสามารถรับรู้ได้ว่ามีคนอีกมาก (และอาจรวมถึงตัวเราเอง) ที่ถูกลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ด้วยวิธีนี้ เราสามารถหลีกเลี่ยงการใช้อำนาจต่อผู้อื่น รวมทั้งสามารถส่งเสียงต่อกลุ่มผู้มีอำนาจกำหนดทิศทางพลเมือง
การมีอยู่ของนิยาม ‘อัตลักษณ์และอำนาจทับซ้อน’ มีความหมายสำหรับการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันบนโลกใบนี้ โลกที่เต็มไปด้วยความโหดร้าย แต่ก็มากด้วยความหลากหลายเช่นกัน
______________
ข้อมูลอ้างอิง :
https://www.thaipbs.or.th/news/content/333764
https://www.feminista.in.th/.../feminista-knowledge...
https://dvlearning.tijthailand.org/course/1/1/7
https://workpointtoday.com/lutte-feminism-chanettee2020/
หนังสือ This Book Will Make You Kinder : คู่มือฝึกฝนให้เป็นคนใจดี