มูลนิธิเพื่อสิทธิความหลากหลาย
FOUNDATION for ACTION on INCLUSION RIGHTS
สืบเนื่องจากเรื่องร้องเรียนในปี พ.ศ. 2566 กรณีผู้ร้องติดต่อมายังมูลนิธิเพื่อสิทธิความหลากหลาย (มูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์แต่เดิม) ว่าตนถูกบังคับให้ตรวจหาเชื้อเอขไอวีก่อนบวช จนนำไปสู่การ ร้องเรียนไปยัง สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) และอัยการฝ่ายช่วยเหลือทางกฎหมายและคุ้มครองสิทธิฯ เพื่อขอความกระจ่าง ชัดเจนและ เป็นธรรม ต่อเรื่องที่เกิดขึ้น
จนนำไปสู่การได้มีหนังสือ กสม. ที่ (สม 0503/5828 คำร้องที่ 89/2566) ลงวันที่ 3 กรกฎาคม 2566 เรื่อง แจ้งผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิด้านเอดส์ ประกอยรายงานผลการตรวจสอบที่ 151/2566 รับฟังได้ว่าการกระทำนี้เป็นการกระทำหรือละเลยการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อผู้ติดเชื้อเอชไอวี ที่ประสงค์จะเข้ารับการบรรพชาอุปสมบท เห็นควรเสนอแนะมารตการหรือแนวทางที่เหมาะสมในการป้องการหรือแก้ไขการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อผู้ถูกร้องและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการต่อไป โดยมาตรการหรือแนวทางที่เหมาะสมในการป้องกันหรือแก้ไขการละเมิดสิทธิมนุษยชน ดังนี้
(1.) ให้ผู้ถูกร้องยกเลิกการตรวจหาเชื้อเอชไอวีของผู้ที่ประสงค์จะบรรพชาอุปสมบท เพื่อมิให้มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมโดยใช้เหตุแห่งการติดเชื้อเอชไอวี
(2.) ให้สำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติแจ้งเวียนไปยังวัดที่อยู่ในสังกัดทุกวัดไม่ให้บังคับตรวจหาเชื้อเอชไอวีของผู้ที่ประสงค์จะเข้ารับการบรรพชาอุปสมบท

ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ปรากฎข่าวทางเว็บไซต์เดลินิวส์ออนไลน์ ลงวันที่ 22 เม.ย. ความว่านายอินทพร จั่นเอี่ยม ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ในฐานะเลขาธิการมหาเถรสมาคม ได้ลงนามในมติมหาเถรสมาคม (มส.) ครั้งที่ 10/2567 มติที่ 313/2567 เรื่อง การตรวจหาเชื้อเอชไอวี (HIV) กรณีบรรพชาอุปสมบทแก่บุคคลทั่วไป เพื่อแจ้งไปยังเจ้าคณะใหญ่แต่ละหน และพระอุปัชฌาย์ทั่วประเทศ
โดยมติ มส. ดังกล่าว ระบุว่า ในการประชุม มส. ครั้งที่ 10/2567 เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2567 เลขาธิการมหาเถรสมาคมเสนอว่า ตามที่การประชุมครั้งที่ 9/2567 มติที่ 299/2567 มีมติมอบให้ ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ที่ปรึกษา มส. พิจารณาข้อกฎหมาย และกฎ มส. เกี่ยวกับประเด็นการตรวจหาเชื้อเอชไอวี กรณีบรรพชาอุปสมบท แก่บุคคลทั่วไป
โดยที่ประชุม มส.รับทราบความเห็นของกระทรวงสาธารณสุขแล้วว่า การติดเชื้อเอชไอวีไม่ใช่โรค เป็นแต่เพียงการได้รับเชื้อดังกล่าวเข้าสู่ร่างกาย แต่ร่างกายยังแข็งแรงและสามารถทำงานได้ การติดเชื้อเอชไอวีจึงไม่เข้าข่ายโรคติดต่อเป็นที่น่ารังเกียจ ประกอบกับความเห็นของ ศ.พิเศษ ธงทอง ว่า การบังคับให้ผู้หนึ่งผู้ใดต้องตรวจหาเชื้อเอชไอวี ไม่อาจกระทำได้ตามกฎหมาย
อนึ่ง มตินี้ไม่กระทบกระเทือนต่อหน้าที่และอำนาจของพระอุปัชฌาย์และเจ้าอาวาสที่จะคัดกรองกุลบุตร และปกครองพระภิกษุสามเณรในสังกัด และมอบ พศ. แจ้งเจ้าคณะใหญ่ ทราบ และแจ้งพระอุปัชฌาย์ ถือปฏิบัติตามมติ มส. นี้

นี่จึงเป็นบทสรุปของอีกหนึ่งความสำเร็จที่เกิดขึ้น และพิสูจน์ให้เห็นว่าการเป็นศาสนิกชนในศาสนานั้น มิควรถูกกีดกันด้วยสถานะทางสุขภาพ
และหากคุณเป็นหนึ่งคนที่พบเห็นการละเมิดสิทธิ สามารถแจ้งที่สายด่วนมูลนิธิเพื่อสิทธิความหลากหลายได้ที่ โทร 083 543 3608
หรือติดตามเราเพิ่มเติมที่ https://twitter.com/fair_thailand