มูลนิธิเพื่อสิทธิความหลากหลาย
FOUNDATION for ACTION on INCLUSION RIGHTS
นอกจากเรื่องที่กำลังติดตาม คือ การใช้กำลังและอำนาจหน้าที่จับกุมผู้ต้องสงสัย จนทำให้ผู้ถูกควบคุมตัวเคลือบแคลงใจ สงสัย ว่าทำไมกล้องติดตัวของเจ้าหน้าที่มักมีปัญหาเสมอ โดยเฉพาะในยามที่มีกาiบังคับใช้กฎหมายป้องกันและปราบปราม การทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายฯ แล้ว ยังมีอีก 2 เรื่องที่จำเป็นต้องนำมาเผยแพร่
คือ การงดรับบริจาคเลือดจากกบุคคลข้ามเพศ ทั้งที่หน่วยงานผู้รับบริจาคมีการประชาสัมพันธ์ในท้องที่ว่า “มีความต้องการเลือดสูง” นอกจากเจ้าตัวจะทำได้เพียงตัดพ้อแล้ว ก็ร้องขอให้ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เร่งแก้ไขข้อพิพาทนี้ เลิกระเบียบนโยบายที่ตีตราคนข้ามเพศทั้งกลุ่มว่า เป็นกลุ่มเสี่ยง เสียที

แต่เรื่องสำคัญที่เป็นประเด็นละเอียดอ่อน และมี “เด็ก ๆ” ได้รับผลกระทบถึง 110 คน คือ เรื่องขอความช่วยเหลือจากลูกหลานแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมาร์ ... เมื่อสถานการณ์ในประเทศต้นทางกำลังเต็มไปด้วยปัญหาความไม่สงบ มีการรบเกิดขึ้นในหลายเมืองจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดสถานการณ์ผู้อพยพลี้ภัย และหนึ่งในประเทศที่เพื่อนบ้านจะมาหลบพัก ด้วยการอาศัยกับญาติพี่น้องก็คือ ประเทศไทย
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นต้นเดือนมิถุนายน 2567 เมื่อ เจ้าหน้าที่ของรัฐระดับตำบล พบว่า พุทธสถานแห่งหนึ่ง ท่านเจ้าอาวาสเมตตาเปิดให้ใช้พื้นที่บริเวณวัดจัดกิจกรรมด้านการศึกษา(ชั่วคราว) โดยมีการเรียนการสอนทั้งภาษา ทั้งวิชาชีพ โดยมีเด็กกว่า 100 คน มาเรียน ต่อมาเจ้าตัวจึง “ปรารภ” กับทั้งพ่อแม่เด็ก ครูอาสา และเจ้าอาวาสว่า จะตรวจเอกสารเข้าเมืองของเด็กทุกคน และหากเด็กที่ไม่มีบัตร จะผลักดันกลับมาตุภูมิ
แม้เรื่องราวจะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดี โดยทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง มีมติทำงานบนพื้นฐานของการคุ้มครองและให้ความสำคัญกับเด็กเป็นที่ตั้ง ทั้งยังร้องขอให้จัดทำสารบบนักเรียน เพื่อให้เกิดความถูกต้องและ “สบายใจ” ต่อผู้หลักผู้ใหญ่ในสังคม แต่ก็ส่งผลให้เด็กที่กำลังเล่าเรียน ต้องหยุดการเรียนการสอนไปกินเวลามากกว่าสัปดาห์
และนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคม ซึ่งเราเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ที่ร่วมช่วยเหลือ ท่านใดพบเห็นการละเมิดสิทธิ การเลือกปฏิบัติอันเกิดจากการเป็นกลุ่มประชากรเฉพาะ ขอรับคำปรึกษาและความช่วยเหลือเบื้องต้นที่โทร : 083 543 3608