ผลการทำงานบ้านเสมอ มีผู้รับบริการเพิ่มขึ้น สะท้อนปัญหาการละเมิดสิทธิ และเข้าไม่ถึงบริการที่เป็นมิตร

บ้านเสมอมีผู้ใช้บริการในปี 2568 เพิ่มจากปีที่ผ่านมา ร้อยละ 41 โดยเฉพาะด้านสิทธิ กฎหมาย และการถูกเลือกปฏิบัติ สะท้อนปัญหาการละเมิดสิทธิ และเข้าไม่ถึงบริการที่เป็นมิตร ด้านผู้จัดการแผนปีหน้าเปิดให้บริการเพิ่มเป็น 7 วันต่อสัปดาห์ และลงเจาะกลุ่มผู้ใช้สารเสพติดถึงชุมชน

ภายในเนื้อที่ 50 ตารางวาของ “บ้านเสมอ” เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร คือพื้นที่ปลอดภัยสำหรับผู้ถูกละเมิดสิทธิและผู้ถูกเลือกปฏิบัติ บ้านเสมอเปิดให้บริการมาตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม ปี 2567 ผลการให้บริการของบ้านเสมอในปี 2568 ซึ่งเป็นปีที่ 2 เป็นอย่างไรบ้าง

เราชวน อารีศรี โฆสาสี ผู้จัดการฝ่ายงานด้านสิทธิและสุขภาพ บ้านเสมอ ภายใต้มูลนิธิเพื่อสิทธิความหลากหลาย (FAIR) มาเล่าให้ฟัง

อารีศรี เริ่มต้นว่า จากปี 2567 มีผู้รับบริการ 401 ราย มาปีนี้นับตัวเลขถึงเดือนพฤศจิกายน มีผู้รับบริการ 681 ราย เติบโต ร้อยละ 41.21 สาเหตุที่มีผู้มาใช้บริการเพิ่มขึ้นเพราะผู้เข้ารับบริการรู้สึกได้รับความช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรมจึงบอกต่อคนอื่น ปีที่แล้วผู้มารับบริการเดินทางจากสถานที่ไกลที่สุด คือ ย่านบางหว้า ถนนพระราม 5 เพื่อมานั่งคุยกับเราเฉยๆ เป็นเวลา 1 ชั่วโมง โดยไม่รับบริการ

“เรารู้สึกว่าบ้านเสมอเป็นพื้นที่ปลอดภัยแล้ว สำหรับคนที่ต้องการที่พักกายพักใจ เราจึงคิดว่า เราประสบความสำเร็จอย่างหนึ่ง และเป็นเรื่องใช้ดีแล้วบอกต่อ” อารีศรีกล่าว

ผู้จัดการฝ่ายงานด้านสิทธิและสุขภาพฯ กล่าวอีกว่า นอกจากการให้บริการ 4 ด้านแล้ว บ้านเสมอยังเป็นฐานงานวิจัยเรื่องผู้ใช้สารเสพติดเพื่อความรื่นรมย์ (Chem sex) งานวิจัยดังกล่าวทำให้บ้านเสมอเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเพิ่มขึ้น เนื่องจากงานวิจัยเปิดกว้างรองรับคนทุกกลุ่ม ปีนี้บ้านเสมอยังเริ่มทำงานด้านการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีด้วย โดยได้รับงบประมาณจากสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) กรมควบคุมโรค ทำให้บ้านเสมอได้รับข้อมูลของกลุ่มประชากรนี้ด้วย ซึ่งเป็นการเพิ่มช่องทางประชาสัมพันธ์เพื่อให้มีผู้มาเข้ารับบริการที่บ้านเสมอเพิ่มขึ้น โดยทำให้คนตระหนักและคัดกรองตัวเองในเรื่องการถูกละเมิดสิทธิ เรื่องสุขภาวะทางเพศ เรื่องสุขภาพจิต และเรื่องการใช้สาร ตนจึงคิดว่าโครงการดังกล่าวตอบโจทย์การทำงานของบ้านเสมอ

ทั้งนี้ บ้านเสมอให้บริการ 4 ด้าน ประกอบด้วย

  • ด้านสิทธิ กฎหมาย และการถูกเลือกปฏิบัติ
  • ด้านสุขภาพจิต และ WELL-BEING
  • ด้านลดอันตรายจากการใช้สารเสพติด (Harm Reduction)
  • ด้านสุขภาพทางเพศและอนามัยเจริญพันธุ์

ผู้จัดการฝ่ายงานด้านสิทธิและสุขภาพฯ เปิดเผยด้วยว่า ในปีนี้ มีผู้เข้ารับบริการด้านสิทธิ กฎหมาย และการถูกเลือกปฏิบัติ มากที่สุด โดยบ้านเสมอมีนักกฎหมายดูแลเรื่องการปรับแก้ไขประมวลกฎหมายยาเสพติด ปี 2564 ซึ่งจะครบ 5 ปี ที่ต้องมีการทบทวนตัวกฎหมายในปี 2569 และมีการรวบรวมสถานการณ์การถูกละเมิด และการถูกเลือกปฏิบัติ นอกจากนี้ในพื้นที่จังหวัดชลบุรียังพบสถานการณ์เลิกจ้างงานไม่เป็นธรรม หักเงินประกันสังคมกับลูกจ้างแต่ไม่นำส่งสำนักงานประกันสังคม และบ้านเสมอจะทำเรื่องการให้คำปรึกษายุติการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในกลุ่มแรงงานข้ามชาตินำร่องในพื้นที่ชลบุรีด้วย ทำให้มีผู้เข้ารับบริการด้านกฎหมายเพิ่มขึ้น

อารีศรี กล่าวว่า อันดับสองได้แก่ด้านลดอันตรายจากการใช้สารเสพติด บ้านเสมอนอกจากเป็นพื้นที่ปลอดภัยแล้ว บ้านเสมอยังทำกิจกรรม
WELL-BEING เพื่อเสริมพลัง ทำกลุ่มผู้ใช้สารเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยในการสำรวจการใจตัวเอง และมีความเข้าใจต่อการถูกละเมิดสิทธิด้วย

“ที่ผ่านมาเรามีเวที 88 สน. (สถานีตำรวจนครบาล) พอเราทำให้ผู้บังคับใช้กฎหมายมีความเข้าใจเรื่องการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การมองผู้ใช้สารเป็นคนเท่ากับเรา ก็จะโยงไปถึงเรื่องการจับกุมว่า อย่างน้อยจะเท่าทัน ในเรื่องโรคประจำตัว และอัตลักษณ์ทางเพศ” อารีศรีกล่าว

เวที 88 สน. คือ เวทีเสวนาที่ภาคีเครือข่ายความร่วมมือมูฟดิ (MovED) จัดขึ้น เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่โรงแรมทีเค พาเลซฯ กรุงเทพฯ เพื่อพูดถึงบทบาทของผู้บังคับใช้กฎหมายกับการลดอันตรายจากการใช้สารเสพติด (Harm Reduction) โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจนครบาล 88 สถานี สังกัดกองบังคับการตำรวจนครบาล 1-9 เข้าร่วมเสวนากับภาคประชาสังคม และนักกิจกรรม


ผู้จัดการฝ่ายงานด้านสิทธิและสุขภาพฯ เปิดเผยว่า ด้านสุขภาพจิต และ WELL-BEING เป็นอันดับ 3 เนื่องจาก ผู้ใช้สารเสพติดเมื่อใช้สารไปสักระยะจะส่งกระทบต่อสุขภาพจิต โดยเมื่อมีผู้ใช้สารมาเข้ารับบริการ บ้านเสมอจะให้พวกเขาทำแบบสอบถามเพื่อค้นหาคำตอบเรื่องสุขภาพจิตว่า สุขภาพจิตของเขามีลักษณะไหนตั้งแต่สีเขียว (ปกติ) สีส้ม (ขั้นเริ่มต้น) และสีแดง (ขั้นต้องพบจิตแพทย์และรักษาด้วยยา) ด้านที่มีผู้เข้ารับบริการเป็นลำดับสุดท้ายคือ ด้านสุขภาพทางเพศและอนามัยเจริญพันธุ์ บ้านเสมอให้บริการให้คำปรึกษา คัดกรอง ประเมินความเสี่ยง และตรวจการติดเชื้อเอชไอวีเบื้องต้น (Self test) แต่เนื่องจากบ้านเสมอยังไม่สามารถเบิกจ่ายจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ จึงขอให้ผู้เข้ารับบริการร่วมจ่ายด้วย แต่ไม่ได้กำหนดว่าจะต้องจ่ายจำนวนเท่าไหร่

เป้าหมายในปี 2569 ของบ้านเสมอ อารีศรีระบุว่า นอกจากการขยายเวลาให้บริการในวันเสาร์และวันอาทิตย์แล้ว บ้านเสมอจะเจาะกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้สารเสพติดเพิ่มขึ้น เนื่องจากบ้านเสมอมีแกนนำทำงานด้านสารเสพติดเพิ่มขึ้น

“เราเริ่มที่จะเดินเข้าไปในชุมชนเพิ่มมากขึ้น อย่างน้อยเราทำความเข้าใจกับชุมชนเพื่อลดการตีตรา ไม่มีการเลือกปฏิบัติ ไม่มีการผลักออกจากสังคม” อารีศรีกล่าว

ผู้จัดการฝ่ายงานด้านสิทธิและสุขภาพฯ เปิดเผยว่า เมื่อลงชุมชน เจ้าหน้าที่บ้านเสมอจะไปพบกลุ่มผู้ใช้สารเพื่อคัดกรอง และให้พวกเขาประเมินความเสี่ยงของตัวเองว่าอยู่ระดับไหนแล้วจากทั้งหมด 6 ระดับ กรณีอยู่ในระดับ 5-6 จะวางแผนให้ถอยกลับลงมา

“เราไม่ได้บอกให้ผู้ใช้สารเลิกนะ แต่เราอยากจะบอกเขาว่าคุณใช้ให้ปลอดภัย แล้วคุณจัดการตนเองให้ได้ คุณอยู่กบสังคมให้ได้ สังคมอยู่กับคุณให้ได้ เท่านั้นก็พอแล้ว”

บูรพา เล็กล้วนงาม : รายงาน